อาร์เซน่อล เตรียมเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน ในเกมพรีเมียร์ลีกที่น่าจับตามอง โดยเจ้าถิ่นของ มิเกล อาร์เตต้า ยังคงแข็งแกร่งในเรื่องเกมรับและมีทีเด็ดจากตัวสำรอง ขณะที่ทีมเยือนภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ หวังเรียกฟอร์มเก่งกลับมาและลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการบุกคว้าชัยเหนือทัพปืนใหญ่ให้ได้
ปืนใหญ่มีทีเด็ดจากตัวสำรอง แม้เกมรุกยังต้องปรับปรุง
อาร์เซน่อลเพิ่งเก็บชัยชนะเหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะครองบอลได้มากถึง 74 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีโอกาสยิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียว สะท้อนให้เห็นว่าการจบสกอร์ยังเป็นปัญหาที่ทีมต้องเร่งแก้ไข
อย่างไรก็ตาม ความเด็ดขาดของตัวสำรองยังคงเป็นอาวุธสำคัญของอาร์เตต้า เมื่อ โนนี่ มาดูเอเก้ ลงมาทำประตูชัยในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ช่วยให้ทีมคว้าสามแต้มได้สำเร็จ
ชัยชนะนัดดังกล่าวยังทำให้อาร์เซน่อลคว้าชัยในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่สามติดต่อกัน โดยมีนักเตะที่ลงสนามจากม้านั่งสำรองเป็นผู้ทำประตูชัยทั้งสามนัด แสดงให้เห็นถึงการแก้เกมที่มีประสิทธิภาพของกุนซือชาวสเปน
นับตั้งแต่อาร์เตต้าเข้ารับตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2019 อาร์เซน่อลทำประตูชัยจากผู้เล่นสำรองได้มากกว่าสโมสรอื่นในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ฤดูกาลนี้พวกเขาทำไปแล้วสามประตู และกำลังเข้าใกล้สถิติสูงสุดหกประตูที่ทีมเคยทำได้ในฤดูกาล 2024-25
สถิติชนะ 1-0 บ่อยที่สุด เกมนี้อาจไม่ได้ยิงกันกระจาย
อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจคือ อาร์เซน่อลคว้าชัยด้วยสกอร์ 1-0 ในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของอาร์เตต้าไปแล้ว 32 นัด ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดร่วมกับเอฟเวอร์ตันในช่วงเวลาเดียวกัน
สถิตินี้สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองทีมมีประสบการณ์กับการคว้าชัยแบบเฉือนหวิว และเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมครั้งนี้อาจไม่ใช่การแข่งขันที่มีประตูเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเมื่อเอฟเวอร์ตันเองก็มีปัญหาในการสร้างโอกาสทำประตูเช่นกัน
เกมรับอาร์เซน่อลสุดแกร่ง เอฟเวอร์ตันเจองานหนัก
จุดแข็งสำคัญของอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้คือเกมรับที่มีความเหนียวแน่น โดยทีมเสียประตูในพรีเมียร์ลีกเพียงห้าลูก พร้อมเผชิญหน้ากับการยิงตรงกรอบของคู่แข่งเพียง 21 ครั้ง และมีค่า Expected Goals Against (xGA) อยู่ที่ 5.6 ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดในลีกตามสถิติที่รายงาน
ตรงกันข้าม เอฟเวอร์ตันเพิ่งพบกับความผิดหวังในเกมกับเชลซีเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน หลังไม่สามารถทำประตูได้ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกที่เล่นในบ้านนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อีกทั้งยังมีโอกาสยิงเพียงหกครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนต่ำที่สุดของทีมในเกมพรีเมียร์ลีกเกือบหนึ่งปี
เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งในเกมรับของเจ้าถิ่น การบุกมาเยือนเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมจึงถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับแนวรุกของเอฟเวอร์ตัน
ทอฟฟี่หวังล้างอาถรรพ์บุกเยือนปืนใหญ่
แม้จะต้องเจอกับงานหนัก แต่เอฟเวอร์ตันยังมีแรงจูงใจสำคัญในการลงสนาม เพราะสถิติการเล่นเป็นทีมเยือนที่อาร์เซน่อลนั้นย่ำแย่อย่างมาก
เอฟเวอร์ตันชนะอาร์เซน่อลได้เพียงครั้งเดียวจากการพบกัน 30 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่สนามของทัพปืนใหญ่ โดยแพ้ถึง 24 นัด ขณะที่เดวิด มอยส์ ยังไม่เคยพาทีมบุกชนะอาร์เซน่อลในเกมลีกได้เลยจาก 13 ครั้งที่พยายาม โดยแพ้ไปถึง 10 นัด
อย่างไรก็ตาม ก่อนพ่ายเชลซี เอฟเวอร์ตันยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทำให้มอยส์ยังมีเหตุผลที่จะเชื่อมั่นว่าทีมของเขาสามารถกลับมาสร้างผลงานที่ดีได้
หากเอฟเวอร์ตันสามารถบุกคว้าชัยได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเป็นการลบสถิติอันเลวร้ายกับอาร์เซน่อล แต่ยังช่วยยุติสถิติไม่ชนะเกมเยือนติดต่อกันแปดนัด และอาจส่งให้ทีมขยับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มห้าอันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีกได้อีกด้วย
บทสรุปก่อนเกม
อาร์เซน่อลมีความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน เกมรับที่แข็งแกร่ง และความสามารถของอาร์เตต้าในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อพลิกสถานการณ์ แม้ประสิทธิภาพการจบสกอร์ยังเป็นจุดที่ต้องปรับปรุง
ส่วนเอฟเวอร์ตันจำเป็นต้องยกระดับเกมรุก หากหวังสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่นและหยุดสถิติอันเลวร้ายในการบุกมาเยือนลอนดอนเหนือ
เกมนี้จึงมีโอกาสเป็นการต่อสู้ที่สูสีและตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ โดยเฉพาะความเฉียบคมหน้าประตูและการแก้เกมของทั้งสองกุนซือ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดผลการแข่งขันในท้ายที่สุด
