อนาคตของ วิคตอร์ โยเคเรส กองหน้าทีมชาติสวีเดนของอาร์เซน่อล กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังผลงานในฤดูกาลนี้ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ล่าสุด เอมิล เฮสกีย์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า แม้ดาวยิงวัย 28 ปีจะยังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ทัพปืนใหญ่ก็ไม่ควรรีบตัดสินใจปล่อยตัวออกจากทีม
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อาร์เซน่อลกำลังเตรียมตัวกลับไปลุยศึกพรีเมียร์ลีก โดยมีโปรแกรมหนักในการบุกเยือนลิเวอร์พูลที่สนามแอนฟิลด์ หลังเพิ่งพบกับความผิดหวังจากการตกรอบคาราบาว คัพ ด้วยการแพ้จุดโทษให้กับฟลีตวูด ทาวน์ ทีมจากลีกทู
โยเคเรสฟอร์มฝืด หลังย้ายร่วมทัพปืนใหญ่
โยเคเรสย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์ปี 2025 ด้วยค่าตัวประมาณ 64 ล้านปอนด์ โดยได้รับความคาดหวังว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และเพิ่มความเฉียบคมในการจบสกอร์ให้กับทีมของ มิเกล อาร์เตต้า
แม้เจ้าตัวจะจบฤดูกาลที่แล้วด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในแคมเปญที่อาร์เซน่อลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่สถานการณ์ในฤดูกาลนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เมื่อผลงานส่วนตัวยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร และต้องเผชิญกับการแข่งขันแย่งตำแหน่งภายในทีมที่เข้มข้นขึ้น
รายงานระบุว่า กองหน้าวัย 28 ปีทำได้เพียง 1 ประตูจากการลงสนาม 11 นัดในฤดูกาลนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรอง ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจมากกว่าในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่า อาร์เซน่อลควรเดินหน้ากับโยเคเรสต่อไป หรือถึงเวลาที่สโมสรต้องพิจารณาทางเลือกอื่นเพื่อยกระดับเกมรุกของทีม
เฮสกีย์ชี้สไตล์การเล่นโยเคเรสไม่เข้ากับระบบอาร์เซน่อล
เอมิล เฮสกีย์ อดีตกองหน้าของลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ มองว่า ปัญหาของโยเคเรสส่วนหนึ่งมาจากลักษณะการเล่นที่ยังไม่สอดคล้องกับแนวทางฟุตบอลของอาร์เซน่อล
เฮสกีย์ยอมรับว่า เขาชื่นชอบวิธีการเล่นของฮาแวร์ตซ์ โดยเฉพาะการเคลื่อนที่ การเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีม และความสามารถในการมีส่วนร่วมกับเกมรุก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับระบบการเล่นของอาร์เตต้า
ในทางกลับกัน โยเคเรสเป็นกองหน้าที่มีสไตล์แตกต่างออกไป โดยเน้นการวิ่งหาพื้นที่ด้านหลังแนวรับและการเล่นในลักษณะกองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิม มากกว่าการพักบอลเพื่อเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีม
อดีตกองหน้าวัย 48 ปีมองว่า การหาพื้นที่ว่างในพรีเมียร์ลีกเป็นเรื่องยาก เพราะคู่แข่งมักตั้งรับอย่างรัดกุม ทำให้จุดเด่นของโยเคเรสไม่สามารถแสดงออกมาได้เต็มที่เหมือนในระบบที่เอื้อให้เขาใช้ความเร็วและการวิ่งเข้าทำประตู
เฮสกีย์กล่าวว่า เขาเคยหวังว่าโยเคเรสจะประสบความสำเร็จกับอาร์เซน่อล แต่เมื่อพิจารณาจากรูปแบบการเล่นในปัจจุบัน ก็เข้าใจได้ว่าทำไมผลงานของกองหน้าชาวสวีเดนจึงยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
แม้ไม่ใช่ตัวจริง เฮสกีย์ย้ำอาร์เซน่อลยังไม่ควรขาย
แม้จะมองว่าโยเคเรสอาจไม่เหมาะกับการเป็นกองหน้าตัวหลักของอาร์เซน่อลในเวลานี้ แต่เฮสกีย์ยืนยันว่า สโมสรไม่ควรรีบร้อนตัดสินใจขายนักเตะเพียงเพราะผลงานยังไม่เข้าเป้า
เหตุผลสำคัญคืออาร์เซน่อลต้องลงแข่งขันในหลายรายการตลอดฤดูกาล การมีตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นและความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ
เฮสกีย์มองว่า โยเคเรสยังสามารถเป็นกำลังสำคัญในฐานะตัวสำรอง และอาจเหมาะกับเกมที่อาร์เซน่อลต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งซึ่งเปิดพื้นที่ให้เล่นมากกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับตามตรงว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันยังมองไม่เห็นโอกาสที่โยเคเรสจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ หากยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้ดีขึ้น
อาร์เซน่อลต้องเร่งแก้ปัญหา ก่อนเจอบททดสอบสำคัญ
นอกจากประเด็นของโยเคเรสแล้ว อาร์เซน่อลยังต้องรับมือกับความผิดหวังจากการตกรอบคาราบาว คัพ ซึ่งสร้างแรงกดดันให้กับทีมก่อนกลับไปแข่งขันในพรีเมียร์ลีก
การบุกเยือนลิเวอร์พูลจึงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอาร์เตต้า ทั้งในแง่สภาพจิตใจของนักเตะ ความพร้อมของทีม และการเลือกผู้เล่นในแนวรุกให้เหมาะสมกับคู่แข่ง
ขณะเดียวกัน กระแสข่าวเกี่ยวกับความสนใจในตัว เดซีเร ดูเอ้ แนวรุกของปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตามอง อย่างไรก็ตาม เนื้อหาข่าวนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการยื่นข้อเสนอหรือบรรลุข้อตกลงซื้อขายนักเตะรายดังกล่าว
สำหรับอนาคตของโยเคเรส คำแนะนำของเฮสกีย์สะท้อนให้เห็นว่า การตัดสินใจขายกองหน้าคนหนึ่งไม่ควรพิจารณาจากจำนวนประตูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงบทบาทที่นักเตะสามารถมอบให้กับทีมในระยะยาวด้วย
โยเคเรสยังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองกับอาร์เซน่อล แม้ผลงานในช่วงต้นฤดูกาลจะน่าผิดหวัง และยังต้องแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกับฮาแวร์ตซ์ แต่ในมุมมองของเฮสกีย์ ทัพปืนใหญ่ไม่ควรรีบตัดสินใจตัดขาดกับกองหน้าชาวสวีเดน เพราะการมีตัวเลือกที่หลากหลายอาจเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล



